ไฮร่าบลู สกินแคร์

ครีมไฮร่าบลู มีส่วนประกอบหลักที่สำคัญ ดังนี้

ไฮร่าบลู ส่วนประกอบสำคัญ
4 MW of Hyaluronic Acid

ผสานคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid(HA) 4 ขนาดน้ำหนักโมเลกุล(Molecular Weight) ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงและล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวตั้งแต่ผิวชั้นนอกจนถึงใต้ชั้นเซลล์ผิว

MossCellTec
คงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว พร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย

Neurophroline
ผ่อนคลายความเครียดของผิว ช่วยให้ผิวไม่เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ปกป้องผิวจากการเผชิญมลภาวะ

Marine Bluevital C
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

B-White
ลดการสร้างเม็ดสี ได้ดีกว่า Arbutin และ vitamin C ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส

ไฮร่าบลู สกินแคร์

ไฮร่าบลู สกินแคร์ ถึงใช้ดีและเป็นที่นิยมของสาวๆ ทั้งหลาย (หนุ่มๆก็ใช้ได้นะ ครีมออกแบบมาให้ใช้ได้สำหรับผิวผู้หญิงและผู้ชาย)

MossCellTec ™ No. 1 เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้งานอยู่บนพื้นฐานของ a

– แนวคิดต่อต้านริ้วรอยใหม่: สุขภาพเซลล์นิวเคลียส

– แหล่งส่วนผสมใหม่: สารออกฤทธิ์ครั้งแรกจากเทคโนโลยีชีวภาพที่ผลิตมอส

มอสเป็นพืชแรกที่พิชิตแผ่นดินประมาณ 470 ล้านปีก่อน พวกเขาใช้ความสามารถพิเศษในการปรับตัวของพวกเขาให้สามารถอยู่รอดได้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน MossCellTec ™เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นสูงเหล่านี้

MossCellTec ™ No 1 ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรม protonema ของเชื้อรา Physcomitrella patens การใช้งานรักษาสุขภาพของเซลล์นิวเคลียสซึ่งเป็นแนวคิดต่อต้านริ้วรอยที่แปลกใหม่อย่างสมบูรณ์ เซลล์นิวเคลียสมีดีเอ็นเอของเซลล์และมีส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุมกระบวนการเซลล์สำคัญ

การศึกษาอย่างละเอียดพบว่า MossCellTec ™ No. 1 กระตุ้นยีน lamin A ที่รับผิดชอบโครงสร้างโครงร่างนิวเคลียร์และยีนขนส่งยีน RanBP17 ยีนทั้งสองนี้มีการควบคุมในกลุ่ม keratinocytes ที่มีอายุมาก MossCellTec ™ฉบับที่ 1 สนับสนุนการปรับตัวของผิวหนังกับความเครียดจากสภาพภูมิอากาศในหลอดทดลองและในร่างกาย

MossCellTec ™ฉบับที่ 1 ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวและความเป็นเนื้อเดียวกันของผิวหลังจากผ่านไปเพียงสองสัปดาห์

กรดไฮยาลูโรนิค มีความสำคัญกับผิวของเราอย่างไร?

ด้วยความจริงที่ว่าสุขภาพ และความงามของร่างกายมักสวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น ความว่องไวที่ลดลง การเจ็บป่วยง่าย หรือแม้กระทั่งสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ช้าลงตามลำดับ วันนี้เราจึงต้องมาทำความรู้จักกับสารตัวหนึ่งในร่างกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ได้แก่ “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic acid : HA) หรือ สารไฮยารูรอน กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ หล่อเลี้ยงข้อต่อ น้ำเลี้ยงลูกตา น้ำหล่อลื่นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งลดการเสียดสีของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย ในทางความงาม ไฮยาลูโรนิค แอซิด จะถูกกล่าวถึงด้วยคุณสมบัติเป็นตัวประสานความเชื่อมต่อระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) โปรตีนคอลลาเจน และอีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย และดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ไฮยาลูโรนิค แอซิด ยังมีคุณสมบัติทางความงามโดยอ้อมคือ เป็นตัวช่วยในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง และยังสามารถช่วยในการขับของเสียออกจากเซลล์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ความเป็นมาของกรดไฮยาลูโรนิค

อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของสารตัวนี้จนเมื่ออายุได้ล่วงเลยเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป เมื่อเราพบริ้วรอยที่ปรากฏชัดขึ้น หรือสมรรถภาพของร่างกายไม่ดีเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะร่างกายของเราอยู่ในช่วงสังเคราะห์สารดังกล่าวลดลงนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จึงได้คิดค้น “กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น สารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมากเช่นกัน กรดสังเคราะห์ดังกล่าวถูกนำมาเป็นยาประเภทฉีด เพื่อบำบัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม(Osteoarthritis of the knee) และภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ (Scapulohumeral periarthritis) หรือลดอาการปวดกล้ามเนื้อ/ปวดข้อได้ผลชะงัด ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม (Artificial tear) เพื่อช่วยหล่อลื่นลูกตา ลดอาการระคายเคืองในลูกตา บรรเทาอาการตาแห้ง

กรดไฮยาลูโรนิคมีประโยชน์อย่างไร?

จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ทางด้านความงาม ได้เล็งเห็นประสิทธิภาพของสารสังเคราะห์ตัวนี้ และได้นำมาเป็นส่วนผสมหลักของครีม/เซรั่ม แม้กระทั่งเครื่องสำอางอย่าง ลิปสติก เป็นต้น โดยใช้ชื่อสารว่า “Sodium Hyaluronate” ร่วมกับ “โคเอนไซม์คิวเท็น” (Coenzyme Q10) วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ จนเกิดสารบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติและทรงคุณค่า อาทิ
– การแก้ไขปัญหาผวขาดความสมดุล ผิวแห้ง เป็นขุย หรือหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ด้วยคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีเยี่ยม
– การบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในด้าน ความตึง กระชับ เรียบเนียน
– ลดอาการอักเสบของสิวซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
– มีส่วนช่วยในการลดการสร้างอนุมูลอิสระ และกรองรังสี UV ที่จะทำร้ายผิว
– ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขจุด บกพร่องบนใบหน้า ซึ่ง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรทราบข้อควรระวังของการใช้เครื่องสำอาง ครีมที่มี ไฮยาลูโรนิค แอซิด เป็นส่วนประกอบด้วย เนื่องจากการสังเคราะห์ ไฮยาลูรอนิค แอสิค ได้มาจากการสกัดแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtilis ในผู้ใช้บางรายจึงอาจเกิดอาการแพ้ยาจากโปรตีนของแบคทีเรียที่ใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้ ห้ามใช้สารดังกล่าวกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และ เด็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี) ทั้งนี้ในกรณีของการใช้ยาที่มีส่วนผสมของ ไฮยาลูรอนิค แอสิค เพื่อการรักษาโรค มีข้อพึงระวังคือ ห้ามฉีดสารเข้าหลอดเลือด หรือข้อเข่าขณะที่กำลังเกิดบาดแผล/หรือมีการบาดเจ็บ/หรือมีการติดเชื้อ รวมทั้งควรคำนึงว่า ปริมาณของยา/สารที่ต้องการใช้ ความถี่ในการใช้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา
CR. BY PIONE